ทำไม Anta ถึงโต? จักรวรรดิกีฬา ที่ใช้ แผน ซื้อแบรนด์ ระดับโลก เล่าเรื่อง พิมพ์เขียวความสำเร็จ Anta
รากฐาน อันยิ่งใหญ่ของ Anta: เส้นทางเด็กหนุ่มผู้มีความฝัน
ย้อนกลับไปช่วงปี 1988 เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ผู้ที่ยังไม่จบมัธยมดี ได้ตัดสินใจ หอบรองเท้า จำนวนกว่า 600 คู่ จากโรงงานของญาติ ขึ้นรถไฟมุ่งหน้าสู่ปักกิ่ง เพื่อตามหาความฝัน ที่ยิ่งใหญ่กว่าใครจะคาดคิด เงินทุนก้อนแรก กลายเป็นรากฐาน โรงงานผลิตรองเท้าขนาดเล็ก ที่เป็นจุดเริ่มต้นของจักรวรรดิในเวลาต่อมา นั่นคือที่มาของแบรนด์ Anta ที่ในวันนี้กำลัง สั่นคลอนอำนาจ แบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่ อย่าง Nike และ Adidas อย่างสมศักดิ์ศรี
เรียนรู้กลยุทธ์ จากโรงงาน OEM สู่การเป็น แบรนด์ระดับโลก
กรณีศึกษาของแบรนด์นี้ มีความน่าสนใจมากกว่าแค่ผลกำไร แต่มันคือ ยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ ที่นักธุรกิจทุกระดับ ควรศึกษาอย่างยิ่ง ซึ่งมีฐานการผลิตสำคัญที่มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งในช่วงปี 1980-1990 ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองหลวงรองเท้าของโลก" ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลจีน
- เครือข่ายการผลิตที่ครบวงจร: ภายใต้รัศมีการทำงานที่แคบแต่มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยโรงงานและผู้จำหน่าย ที่รองรับทุกขั้นตอนการผลิต ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างรวดเร็ว
- การเรียนรู้จากแบรนด์ใหญ่: ในช่วงที่รับจ้างผลิตให้แบรนด์ตะวันตก ทีมงานของ Anta ไม่ได้แค่ผลิตตามสั่ง แต่ได้เรียนรู้ วิธีควบคุมคุณภาพ และ การจัดการเทคโนโลยี อย่างมืออาชีพ
- ความสม่ำเสมอในมาตรฐาน: การเปลี่ยนจากเน้นปริมาณ มาสู่การเป็นมาตรฐานโลก ทำให้ Anta มีศักยภาพ เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่น
การตัดสินใจครั้งสำคัญ: สร้างตัวตนในฐานะแบรนด์ของตัวเอง
ในการทำธุรกิจยุคใหม่ มีความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ นั่นคือการประสบความสำเร็จเพียงในฐานะผู้รับจ้าง ที่มีกำไรน้อย และไม่มีอำนาจต่อรอง ซึ่ง Anta ตระหนักถึงความเสี่ยงนี้ดี บริษัทเริ่มลงทุน กับการสร้างชื่อเสียงของตัวเอง ผ่านการสนับสนุนกีฬาภายในประเทศ จนก้าวเข้าสู่ตลาดทุนระดับสากล ในปี 2007
ประโยคทองของติง Arc'teryx ชื่อจง ที่ว่า "เราไม่ต้องการเป็น Nike ของจีน แต่ต้องการเป็น Anta ของโลก" คือเครื่องพิสูจน์ถึงความมั่นใจ ที่ต้องการสร้างอัตลักษณ์ ที่แตกต่างและไม่ซ้ำใคร ซึ่งปัจจุบันคำพูดนี้ ได้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้
กลยุทธ์ Multi-Brand: การเข้าถึงตลาดระดับบน
หนึ่งในปัญหาใหญ่ ของแบรนด์จากเอเชีย โดยเฉพาะจากจีน คือ มุมมองด้านภาพลักษณ์ ที่มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าล่าง Anta จึงใช้กลยุทธ์การซื้อกิจการ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่แล้ว เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอ ในตลาดระดับสูง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ:
- การเข้าซื้อสิทธิ์ Fila ในประเทศจีนเมื่อปี 2009 จนสร้างกำไรมหาศาล
- การเข้าครอบครอง Amer Sports ซึ่งมีแบรนด์พรีเมียมอย่าง Arc'teryx และ Salomon เป็นการยกระดับแบรนด์สู่ ผู้นำกลุ่มกีฬา Extreme และ Out-door
- ล่าสุดกับการเข้าถือหุ้นใน Puma เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ในตลาดโลกให้ครบวงจรยิ่งขึ้น
บทสรุปและอนาคต: ทำไมธุรกิจไทยต้องเรียนรู้
โมเดลธุรกิจของ Anta ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น กระบวนการที่มีแบบแผน ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและธุรกิจจีน ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้ตาม ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดทิศทางตลาด การมีวิสัยทัศน์ที่ไกล และ การกล้าตัดสินใจในจังหวะที่เหมาะสม คือแก่นแท้ ที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ควรนำไปปรับใช้เพื่อสร้างความสำเร็จในระยะยาว